|
||||||||||||||||||||||||
วางฮวงจุ้ยร้าน อัน อัน เหลา ทำเลดี ฮวงจุ้ยดี เจริญรุ่งเรือง หากพูดถึงร้านอาหารจีนที่มีชื่อเสียงจนเป็นตำนานของย่านทองหล่อ หลายๆคนคงคุ้นกับร้านชื่อ “อัน อัน เหลา” ร้านอาหารที่อยู่คู่กับย่านทองหล่อมานานกว่า 30 ปี เป็นร้านที่มีชื่อเสียงสำหรับทั้งคนในย่านทองหล่อและคนกรุงเทพฯ โดยไม่นานมานี้ทาง อัน อัน เหลา มีความจำเป็นต้องย้ายสถานที่ร้านจากย่านทองหล่อมายัง เอ สแควร์ ในสุขุมวิทซอย 26 ไม่ไกลจาก เค วิลเลจน์ มากนัก การย้ายสถานที่ครั้งนี้ถือว่าเป็นความท้าทายของทางร้าน เพราะทำเลเดิมในทองหล่อก็ต้องถือว่ามีฮวงจุ้ยที่ดีมากๆ และหากเรามองคุณภาพโดยรวมของถนนสุขุมวิท ซอยในฝั่งเลขคี่นั้นถือว่ามีพลังมากกว่าซอยฝั่งเลขคู่ ไม่ว่าจะเป็นอโศก นานา ทองหล่อ เอกมัย คลองตัน ล้วนแล้วแต่อยู่ในซอยฝั่งเลขคี่
ร้านเดิมของ อัน อัน เหลา ที่ทองหล่อซึ่งถือว่ามีฮวงจุ้ยที่ดีมาก แต่จำเป็นต้องมีการโยกย้าย อ.ตะวัน ได้ร่วมประเมินฮวงจุ้ยทำเลใหม่ของร้าน อัน อัน เหลา ตั้งแต่ในช่วงเริ่มออกแบบและก่อสร้าง ก็พบว่าถึงจะอยู่ในฝั่งซอยเลขคู่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นซอยที่เล็ก แต่โครงการ เอ สแควร์นั้น อยู่ไม่ไกลจากปากซอยสุขุมวิท 26 ด้านที่ติดกับถนนพระราม 4 เท่าไรนัก ซึ่งถือว่าเป็นด้านที่ดีกว่าปากซอยด้านที่ติดกับถนนสุขุมวิทเองซะอีก เพราะด้านพระราม 4 นั้นบริเวณทางเข้าจากปากซอยที่ติดกับห้างบิ๊กซี นั้น เปิดทางเข้าได้โปร่งโล่ง ทำให้กระแสพลังจากเส้นพระราม 4 หลากไหลเข้าได้ง่าย และทำเลของร้านถึงแม้ว่าจะอยู่ในซอย แต่ก็มองออกมาเห็นถนนใหญ่ชัดเจนถือว่ายังเป็นทำเลที่รับกระแสพลังได้ดี
แม้ว่าจะเป็นถนนซอยแบบสองเลนส์ แต่ปากซอยสุขุมวิท 26 ฝั่งพระราม 4 นั้นโปร่งโล่ง กระแสไหลเข้าง่ายถือว่ามีฮวงจุ้ยที่เป็นมงคล โดยทำเลของร้านใหม่นั้นอยู่ในจุดตัดสี่แยกทางลัดไปซอยสุขุมวิท 24 ซึ่งถือว่ามีความเป็นมงคล เพราะถือว่าเป็นจุดที่มีการสะสมของกระแสพลังที่มากกว่าถนนตรงๆปกติ ด้านตรงข้ามของร้านนั้นตรงกับทางลานส่งของห้างบิ๊กซี ซึ่งมองเป็นทางสามแพร่ง แต่เนื่องจากเจอองศาทิศทางที่ดี จึงเลือกตำแหน่งประตูรองของร้านให้ตรงกับทางสามแพร่งนั้น ทำให้มีลักษณะของฮวงจุ้ยที่เจริญรุ่งเรือง ส่วนตำแหน่งประตูหลักนั้นวางหันเข้าสู่ทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศโชคลาภของยุค และยังเจอลานโล่งที่ใช้ในการจอดรถของโครงการ ซึ่งถือว่าเป็นลานสะสมพลังขนาดใหญ่ จึงเป็นลักษณะของประตูทางเข้าหลักที่เป็นมงคลเป็นอย่างมาก
ทางรถวิ่งจากทางฝั่งบิ๊กซี และ จุดตัดทางแยกจากเค วิลเลจน์ ไปยังซอยสุขุมวิท 24 ถือเป็นจุดจ่ายกระแสพลังที่ดีเยี่ยม ตำแหน่งหัวมุมของร้านที่ใกล้กับบริเวณจุดตัดทางแยกที่สุขุมวิท 26 ที่จะลัดไปทางสุขุมวิท 24 ซึ่งเป็นจุดที่มีกระแสรถวิ่งผ่านไปมามาก ก็เลือกทำมุมผนังโค้งมนขนาดใหญ่ เพื่อให้กระแสพลังนั้นสามารถเข้ามาหล่อเลี้ยงที่ร้านได้มากที่สุด และยังเป็นตำแหน่งที่ใช้ในการตั้งป้ายโลโก้ขนาดใหญ่ของร้าน เพราะถือว่าเป็นจุดเด่นที่รวมสายตารวมถึงเป็นตำแหน่งที่คำนวณมาแล้วดีเรื่องของชื่อเสียง ความโดดเด่น พอดี จึงทำให้เหมาะกับการตั้งป้ายร้าน ส่วนป้ายร้านดั้งเดิมก็ไม่ลืมที่จะนำมาจากทองหล่อด้วยเช่นเดียวกัน โดย อ.ตะวัน เลือกวางตำแหน่งป้ายเดิมให้อยู่ในมุมที่ช่วยเก็บกระแสพลังให้กับร้านให้ได้มากที่สุด
การทำมุมร้านโค้งมนให้รับกับกระแสพลังที่มีมาก และการวางตำแหน่งป้ายโลโก้และชื่อร้าน รวมไปถึงป้ายร้านเดิม ให้เป็นมงคลตามหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ยมากที่สุด การวางตำแหน่งเคาน์เตอร์ต้อนรับซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของร้านค้าอย่างหนึ่ง อ.ตะวัน ได้เลือกให้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นประตูทางเข้าหลักและรองได้อย่างชัดเจน ในทางฮวงจุ้ยถือว่าทำให้เรารับกระแสพลังจากประตูที่วางตำแหน่งและทิศทางไว้ได้เป็นอย่างดี ส่วนในหลักการทางสถาปัตยกรรม ก็ถือว่าทำให้พนักงานในร้านสามารถจะมองลูกค้าที่เข้าออกได้ตลอดเวลาและทั่วถึง ทำให้การบริการสามารถทำได้ดี โดยการเลือกทิศทางของเคาน์เตอร์นั้นก็เป็นมงคลทั้งหลักฮวงจุ้ยเชิงชัยภูมิและยังเสริมกับรูปดวงของเจ้าของและผู้บริหารด้วย ส่วนการเลือกตำแหน่งครัวนั้นจัดวางให้อยู่ในบริเวณที่เสริมเรื่องชื่อเสียงและฝีมือที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับการวางตำแหน่งของเตาไฟ อ่างล้างจาน ตู้เย็น และเคาน์เตอร์เตรียมอาหารอย่างละเอียด ส่วนห้องน้ำซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดึงเอาพลังออกจากสถานที่ อ.ตะวัน ก็ได้จัดวางตำแหน่งให้ไม่บั่นทอนกับสิ่งของสำคัญ เช่น ประตูทางเข้าหลักและรอง เคาน์เตอร์ต้อนรับ รวมไปถึงห้องครัว
บรรยากาศในร้าน อัน อัน เหลา ใหม่ที่ เอ สแควร์ สุขุมวิท 26 ก็คึกคักและเป็นกันเองเหมือนเดิม ไม่แพ้สาขาเดิมที่ทองหล่อ ส่วนการตกแต่งโดยรวมนั้น เน้นให้ โปร่ง โล่ง ทันสมัย เพื่อให้ดูสอดคล้องกับบรรยากาศโดยทั่วไปของร้านใน เอ สแควร์ และ เค วิลเลจน์ แต่ก็แทรกความเป็นตะวันออกหรือความเป็นเอเชียโดยการใช้ “ธาตุน้ำ” และ “ธาตุไม้” คือการใช้กระจกใสและพื้นผิวไม้ในการตกแต่งเป็นสัดส่วนที่มาก แต่เนื่องจากร้าน อัน อัน เหลา ต้องการกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิมในทำเลใหม่ จึงได้แทรกการออกแบบของธาตุอื่นๆ เช่น สีร้อนๆของธาตุไฟ ความโค้งมนของธาตุทอง และรูปทรงอาคารที่เรียบง่ายกับแสงไฟในโทนอบอุ่นของธาตุดิน เพื่อเติมความหลากหลายให้กับร้าน ถือเป็นการตอบรับกับลูกค้าหลากหลาย ปัจจุบันต้องถือว่าร้าน อัน อัน เหลา ในทำเลใหม่ที่สุขุมวิท 26 ยังรักษาความเป็นตำนานของคออาหารจีนไว้ได้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าผู้ที่ชื่นชอบในเมนูอย่างไก่เบตง และเป็ดปักกิ่ง ถือว่าต้องมีสักครั้งในชีวิตที่ได้มา |
|
|||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||