ประตูหน้าบ้านคือปากของบ้าน

 

สำหรับการจัดฮวงจุ้ยในเชิงวิทยาศาสตร์นั้นเราให้ความสำคัญกับการเหนี่นวนำเอากระแสพลังงานจากธรรมชาติให้เข้ามาสู่บ้านของเราให้ได้มากที่สุดหากบ้านของเรานั้นสามารถหันหาองศาทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับพลังงานจากแนวกระแสแม่เหล็กโลก ดังนั้นเงื่อนไขแรกก่อนที่เราจะพูดถึงการหาองศาทิศทางที่ดีนั้นเราจำเป็นต้องบริหารให้พลังงานจากธรรมชาติสามารถผ่านเข้าหน้ามาที่หน้าประตู ”บ้าน” ”สำนักงาน” ”โรงงาน” หรือ ”ร้านค้า” ของเราให้ได้เสียก่อน เพราะหากเราไม่สามารถบริหารให้พลังงานผ่านเข้ามาที่หน้าประตูของเราได้ เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องรู้ว่าที่พักอาศัยของเราอยู่ในองศาทิศทางที่ดี รับพลังงานที่ถูกยุค ถูกสมัย หรือไม่

 

อยากให้ทุกท่านคิดภาพของตัวเราเองว่าหากแม้เราจะอยู่ใกล้โต๊ะอาหารที่มีอาหารหลากหลายชนิดและมีสารอาหารที่ดีเพียงใดหากเราไม่มี ”ปาก” แล้ว เราจะไม่สามารถกินอาหารนั้นเข้าไปได้เลย หรือแม้ว่าหากเรามีสิ่งกีดขวางปากของเราอยู่ เราก็จะรับประทานอาหารได้ไม่สะดวกสักเท่าไร ดังนั้น ”ประตูหน้าบ้าน” จึงเปรียบเสมือนเป็นปากของบ้านหากเรามีประตูหน้าบ้านที่ถูกต้องตามหลักทางชัยภูมิของศาสตร์ฮวงจุ้ยก็จะทำให้เรามีโอกาสที่จะได้รับหรือเหนี่ยวนำพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ได้มาก โดยลักษณะของประตูหน้าบ้านที่ดีนั้นควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

 

1. ประตูหน้าบ้านควรจะเป็นบานช่องเปิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบ้าน เพื่อให้สามารถเปิดรับพลังงานธรรมชาติได้มากที่สุด และเพื่อนำไปใช้เป็นบานหลักในการหาทิศหลังพิง (Sitting Direction) ซึ่งจะเป็นทิศทางสำคัญในการคำนวณรูปแบบของพลังงานของศาสตร์อวงจุ้ยในชั้นสูงต่อไป

 

 

ประตูหน้าบ้านขนาดนี้กำลังดี

 (ภาพจาก www.quantum2.net)

 

ประตูหน้าบ้านนี้เล็กเกินไป

 (ภาพจาก www.hgtv.com)

 

2. ประตูหน้าบ้านควรจะเป็นบานประตูที่เราใช้งานจริงๆ เนื่องจากในบางบ้านจะมีการใช้งานประตูจากโรงจอดรถเป็นหลัก จึงทำให้สภาพความเป็น ”หยาง” ของประตูหน้าบ้านลดลง และหากเรามีความรู้ในขั้นสูง เมื่อซินแสสามารถออกแบบรูปแบบการเหนี่ยวนำของพลังงาน ให้พลังงานโชคลาภประจำยุคสามารถเข้ามาที่ประตูหน้าบ้านได้ หากเราใช้ประตูหน้าบ้านเป็นประจำ ก็จะทำให้เราได้รับพลังงานรูปแบบดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งของความเจริญรุ่งเรืองได้เช่นเดียวกัน

 

3. ประตูหน้าบ้านไม่ควรมีสิ่งกีดขวางใดๆ โดยเมื่อเรายืนอยู่บริเวณหน้าประตูบ้านของเราแล้ว ในระยะ 10 เมตรนั้นไม่ควรมีสิ่งกีดขวางใดๆ เพราะสิ่งกีดขวางดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้, พุ่มไม้, หลังคา, กันสาด, เสาไฟฟ้า, ที่นั่งบริเวณชานหน้าบ้าน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งกีดขวางกระแสอากาศไม่ให้เข้ามาที่ปากประตูบ้านได้อย่างทั่วถึง

ประตูหน้าบ้านนี้ถือว่าโปร่ง โล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวางกระแสอากาศ

 (ภาพจาก http://freshome.com)

 

4. ประตูหน้าบ้านควรได้รับแสงสว่างอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อเราพูดถึงพลังงานของธรรมชาติ เรามักนึงถึงแต่พลังงานจากลม แท้จริงแล้วพลังงานที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันนั้นได้แก่พลังงานแสงสว่าง โดยเฉพาะแสงจากดวงอาทิตย์ เนื่องจากหากโลกเราไม่ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์แล้วก็จะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่สามารถมีชีวิตบนโลกได้ ดังนั้นบ้านที่ชอบปลูกต้นไม้หรือทำกันสาดยื่นมาบังแสงสว่างจนไม่สามารถเข้ามาที่ประตูหน้าบ้านได้เลย ก็จะเป็นที่มาของบ้านที่ได้รับพลังงานที่สำคัญในการดำรงชีวิตได้น้อยลง

 

ลักษณะประตูบ้านที่ได้รับแสงสว่างอย่างทั่วถึง (ภาพจาก www.qahinc.com)

 

5. เมื่อยืนที่ปากประตูบ้านต้องสามารถสัมผัสถึงพลังงานที่อยู่รอบๆได้ เช่น พลังงานจากกระแสอากาศหรือลมธรรมชาติที่พัดผ่าน, พลังงานจากกระแสอาศที่ยานพาหนะหรือคนลากผ่าน หรืออย่างน้อขที่สุดคือพลังงานกระแสอากาศเทียม เช่นน้ำพุ หรือ พัดลม

 

การปรับเปลี่ยนประตูบ้านเพื่อให้สามารถเหนี่ยวนำกระแสพลังงานจากธรรมชาติได้นั้นถือว่าเป็นหัวใจที่สำคัญมากของศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมิ (Landform Feng Shui) ซึ่งลักษณะต่างๆที่ได้กล่าวไปนั้น ถือเป็นหลักการใหญ่ๆเท่านั้น รายละเอียดในเชิงลึกขึ้นไปเพื่อที่จะทำให้ประตูหน้าบ้านของท่านสามารถเหนี่ยวนำกระแสพลังงานประจำยุค ซึ่งจะเป็นที่มาของโชคลาภ, สุขภาพ และ ความสัมพันธ์ที่ดีนั้น มีต้องอาศัยประสบการณ์ของซินแสผนวกกับการคำนวณพลังงานในด้านองศาทิศทาง (Compass Feng Shui) ในชั้นสูงต่อไปด้วย

 


Copyright©2007 by Master Tawan Lekhapat. All Rights Reserved.

mastertawan@hotmail.com